กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ตอบโจทย์ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สตรีจังหวัดสุรินทร์

วันที่ 26 สิงหาคม 2563 นายวสันต์ ชิงชนะ พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ นางชุติมา บุญประเสริฐสิทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน และคณะทำงาน ติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ช่วงเช้า ติดตามกลุ่มสมาชิกกองทุนกลุ่มเลี้ยงหมูแม่พันธุ์ กลุ่มเพาะเห็ด กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า หมู่ที่ 5 บ้านภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ และในช่วงบ่ายติดตามกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองยาง หมู่ที่ 6  ตำบลตรำดม และกลุ่มทอผ้าไหมบ้านจรวย หมู่ที่ 7 ตำบลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์

นายวสันต์ ชิงชนะ พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนงาน“กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพื่อให้สตรีได้เข้าถึงแหล่งทุนหรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 0.10 ต่อปี นำไปประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ หรือพัฒนาอาชีพ และสตรีมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับ จ.สุรินทร์ มีสมาชิกกองทุนในประเภทบุคคลธรรมดา จำนวน 332,281 คน และสมาชิกประเภทองค์กรสตรี จำนวน 1,432 องค์กร ซึ่งในปีงบประมาณ 2563 ได้อนุมัติ ทุนหมุนเวียนกว่า 26,000,000 บาท ให้สมาชิกกองทุนฯ จำนวนกว่า 400 โครงการ อนุมัติเงินอุดหนุนให้องค์กรสตรี เป็นจำนวนเงิน 4,800,000 บาท ซึ่งช่วยส่งผลให้สมาชิก ในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ รายได้ การพัฒนาศักยภาพและบทบาทสตรี ภารกิจสำคัญของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอคือการรับสมัครสมาชิกสตรีประเภทบุคคลที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปและกลุ่มองค์กรให้ครบทุกคนทุกกลุ่ม เพื่อประโยชน์แก่สตรีทุกคนอย่างเท่าเทียม และการกำหนดประเด็นการพัฒนาสตรี จัดเวทีพูดคุยของคณะกรรมการพัฒนาสตรี คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี วางแผนการดำเนินงานให้เห็นเป็นรูปธรรม สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ช่วยแก้ไขปัญหาความยากจน ได้อย่างครอบคลุม
จากนั้นได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานในช่วงเช้าของบ้านภูมิโปน ม.5 ต.ดม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับเงินทุนหมุนเวียน จากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน

โดยนางสุจิน ยวนจิต ประธานกลุ่ม เปิดเผยว่า กลุ่มเลี้ยงหมูแม่พันธุ์ มีสมาชิกกลุ่ม อยู่จำนวน 6 คน ได้รับอนุมัติเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมา จำนวน 90,000 บาท เป็นทุนหมุนเวียน เงินที่ได้นำไปซื้อ หมูแม่พันธุ์ และวัตถุดิบ เช่น หัวอาหาร วิตามิน และอื่นๆที่จำเป็น ซึ่งแม่หมูสามารถออกลูกได้ 2 รอบต่อปี คราวละ 7-15 ตัวต่อแม่หมู 1 ตัว 1 ปีจะมีลูกหมูจำหน่ายประมาณ 50-80 ตัวๆ ละ 1,800 บาท สร้างรายได้ปีละ 90,000-144,000 บาท สามารถส่งเงินคืนกองทุนได้ครบตามสัญญา และสามารถเลี้ยงต่อได้จนถึงปัจจุบันซึ่งสร้างกำไรได้อย่างงาม ต่อปีกว่า 1 แสนบาท

ด้านนางสาววรรณา ศรีเจริญ ประธานกลุ่มเพาะเห็ดขอนขาวและเห็ดฟาง  มีสมาชิกกลุ่ม จำนวน 5 คน ได้รับอนุมัติเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมา จำนวน 74,000 บาท เป็นทุนหมุนเวียน เงินที่ได้นำไปซื้อวัสดุเพาะเห็ดและสร้างโรงเรือน  จำหน่ายในพื้นที่ตำบล อำเภอ จังหวัด รายได้เฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นจากรายได้หลักต่อเดือนของสมาชิกอยู่ที่ 3,350 บาท/เดือน/คน

ด้านนางรัตติยา จินดาวงศ์ ประธานกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า  มีสมาชิกกลุ่ม จำนวน 6 คน ได้รับอนุมัติเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมา จำนวน 100,000 บาท เป็นทุนหมุนเวียน เงินที่ได้นำไปซื้อจักรเย็บผ้า และวัตถุดิบในการเย็บผ้า สามารถสร้างรายได้กว่าเดือนละ 90,000 บาท  จากการรับตัดเย็บเสื้อผ้าตามแบบ

และช่วงบ่ายลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองยาง ม. 6  ต.ตรำดม และกลุ่มทอผ้าไหมบ้านจรวย ม. 7 ต.ลำดวน อ.ลำดวน จ.สุรินทร์

โดยนางสุภัสสรา กูลรัตน์ ประธานกลุ่ม เปิดเผยว่า กลุ่มทอผ้าบ้านหนองยาง มีสมาชิกกลุ่ม อยู่จำนวน 6  คน  กลุ่มได้รับอนุมัติเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมา จำนวน 90,000 บาท เป็นทุนหมุนเวียน เงินที่ได้นำไปซื้อวัตถุดิบ เช่น เส้นไหม สีย้อม สีฟอกฯลฯ มาดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า เช่นการย้อมสีธรรมชาติ จากครั่ง จากคราม ลวดลายการมัดหมี่ที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์ลวดลายบนผืนผ้าไหมที่ดูแปลกทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้น และสามารถจำหน่ายได้ในพื้นที่ตำบล อำเภอ จังหวัด และต่างจังหวัด รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของสมาชิก  อยู่ที่ 15,500 บาท/เดือน/คน

ด้านนางกะยูน น่าชม ประธานกลุ่มทอผ้าไหมบ้านจรวย มีสมาชิกกลุ่มจำนวน 5 คนได้รับการอนุมัติเงินสนับสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมา จำนวน 78,000 บาท เป็นทุนหมุนเวียน เงินที่ได้นำไปซื้อวัตถุดิบ ในการเลี้ยงตัวไหม ไหม สีย้อม เป็นต้น ทางกลุ่มเป็นกลุ่มที่ผลิตผ้าไหมแต่เดิมอยู่แล้ว ซึ่งเป็นผ้าไหมที่ย้อมสีเคมีหลังจากได้รับเงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ได้มีการผลิตรูปแบบใหม่ๆและหันมาเน้นการใช้สีธรรมชาติมากขึ้น โดยสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากเงินที่ได้รับการสนับสนุนเกือบ 3 เท่าตัว คือ 225,000 บาท

“เงินที่รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ทำให้กลุ่มมีเงินหมุนเวียนเพียงพอ สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง กลุ่มสตรีก็ได้มีอาชีพ สร้างรายได้ ทำให้ครอบครัวมีฐานะที่มั่นคงมากขึ้น” นางกะยูน น่าชม กล่าว

(Visited 1 times, 1 visits today)